03: หน่วยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัส

ทฤษฎีการเรียนรู้

เมื่อมนุษย์ได้รับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมภายนอกไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรับรส และการสัมผัส ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งมาเก็บไว้ที่หน่วยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะถูกส่งออกไปเพื่อประมวลผล การเกิดภาพติดตาเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการตกค้างของข้อมูลในหน่วยรับข้อมูล ตัวอย่างของภาพติดตา ได้แก่ การเกิดร่องรอยการเดินทางของแหล่งกำเนิดแสงในที่มืด การเกิดภาพซ้อนทับกันระหว่างกรงกับนกในของเล่นที่ชื่อว่า Thaumatrope  และการบิดเบี้ยวของดินสอที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ดังรูปที่ 1

[royalslider id="15"]

รูปที่ 1 การเกิดภาพติดตา

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าหน่วยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสมีขนาดความจุเป็นเท่าไร แต่นักจิตวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับสมองส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ขนาดความจุของหน่วยรับข้อมูลนี้มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน โดยที่ข้อมูลที่เข้ามายังหน่วยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสมีจำนวนมากและมีการรับส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มนุษย์จะจัดการกับข้อมูลจำนวนมากที่หน่วยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสได้อย่างไร? ข้อมูลใดบ้างที่จะถูกส่งต่อไปยังหน่วยประมวลผล? คำตอบก็คือ ข้อมูลที่เราให้ความสนใจเท่านั้นจึงจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยประมวลผล เช่น ในขณะที่ท่านผู้อ่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ความสนใจของท่านจะถูกส่งไปที่ตัวอักษรที่ปรากฏในบทความ ดังนั้นข้อมูลจากการมองเห็นจึงถูกส่งต่อไปยังหน่วยประมวลผล แต่ข้อมูลจากประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ อาจถูกละเลยไป เช่น ท่านอาจจะลืมที่จะสังเกตเสียงรอบข้าง ลืมไปว่าเท้าท่านกำลังสัมผัสพื้นอยู่ และขาของท่านก็กำลังสัมผัสเก้าอี้อยู่ เช่นเดียวกันกับกรณีที่นักเรียนไม่สามารถจดจำสิ่งที่ครูพูดอยู่หน้าชั้นเรียนได้ถึงแม้นักเรียนคนนี้จะได้ยินในสิ่งที่ครูพูดก็ตาม การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเนื่องจากนักเรียนคนนี้ไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่ครูกำลังพูด นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่สมองของมนุษย์ไม่สามารถจดจำสิ่งที่ได้ยินหรือสิ่งที่ได้เห็นได้

ท่านผู้อ่านคิดว่า ข้อมูลที่มีลักษณะใดบ้างครับที่ได้รับความสนใจจากระบบสมองของมนุษย์เป็นพิเศษ? คำตอบก็คือ ข้อมูลนั้นจะต้องมีความโดดเด่นและแตกต่างจากสิ่งอื่นๆ โดยที่คุณสมบัติของข้อมูลที่มีความโดดเด่นมีดังนี้

  1. ขนาด วัตถุที่มีขนาดใหญ่จะได้รับความสนใจจากสายตามนุษย์มากกว่าวัตถุที่มีขนาดเล็ก เช่น กรณีของแผ่นป้ายโฆษณา ที่มีการใช้ตัวอักษร ขนาดใหญ่ กับข้อความที่เจ้าของโฆษณาต้องการจะสื่อสารไปยังผู้อ่าน ในขณะที่ข้อความที่ไม่มีความสำคัญ ผู้ออกแบบป้ายโฆษณาจะใช้ตัวอักษร ขนาดเล็ก
  2. ความเข้ม ปัจจัยหนึ่งที่สามารถดึงความสนใจของมนุษย์ได้ก็คือ ความเข้มของสัญญาณ เช่น ในขณะที่เราอ่านหนังสืออยู่ในห้องเงียบๆ เราจะสามารถรับรู้เสียงที่ดังมากๆ หรือเสียงที่แหลมมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เราก็ยังสามารถรับรู้กลิ่นที่เหม็นมากๆ หรือกลิ่นที่หอมมากๆ ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน สีสันของวัตถุก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีความสามารถในการดึงความสนใจของสายตามนุษย์ได้เป็นอย่างดี โดยที่ สีแดง สีเหลือง หรือสีสว่างที่โดดเด่นกว่าสีของวัตถุรอบข้าง จะได้รับความสนใจจากสายตามนุษย์เป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ ของเล่นเด็กทั้งหลายจึงถูกออกแบบให้มีสีสรรสวยงามเพื่อดึงความสนใจของเด็กให้มองเห็นสิ่งเหล่านั้นก่อนวัตถุชนิดอื่นๆ ความหนาบางของตัวอักษรก็เช่นกัน ตัวอักษรที่มีความหนากว่าปกติจะได้รับความสนใจมากกว่าตัวอักษรที่มีขนาดปกติ ดังนั้น ตัวอักษรหนาจึงถูกเลือกใช้สำหรับการเน้นหัวข้อ หรือ ข้อความที่สำคัญๆ
  3. ความผิดแผก ลักษณะสิ่งของที่มีความผิดปกติ โดดเด่น หรือแตกต่างจากสิ่งอื่นที่อยู่โดยรอบ ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่สามารถดึงความสนใจของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เช่น ข้อความที่ขีดเส้นใต้ หรือ ข้อความที่ใช้ตัวอักษรตัวเอียง
  4. ความสนใจส่วนบุคคล ถึงแม้ว่าคุณสมบัติอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็นขนาด ความเข้ม และความผิดแผกของข้อมูล จะสามารถดึงความสนใจของสมองมนุษย์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณสมบัติเหล่านี้จะสามารถรักษาระดับความสนใจนี้ได้เป็นระยะเวลานาน ปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่นอกจากจะสามารถดึงความสนใจของมนุษย์ได้แล้ว ยังสามารถรักษาระดับความสนใจนั้นได้เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็คือ การสอดคล้องกับความสนใจส่วนบุคคล เช่น ถ้าหากเปรียบเทียบระหว่างหนังสือเรียนกับโทรทัศน์ที่เปิดพร้อมกัน เด็กย่อมจะเลือกที่จะดูโทรทัศน์มากกว่าอ่านหนังสือเรียน แต่ในกรณีที่เป็นหนังสือการ์ตูนที่เด็กชอบอ่านมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับละครในโทรทัศน์ เด็กคนนี้ก็อาจจะเลือกอ่านหนังสือการ์ตูนก็เป็นได้ ดังนั้น ความสนใจส่วนบุคคลจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดการเลือกรับรู้ข้อมูล

ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองกลับไปดูวิธีการสอนของท่านนะครับว่า วิธีการสอนของท่านมีความสามารถในการดึงดูดความสนใจของนักเรียนหรือบุตรหลานของท่านมากน้อยเพียงใด? สื่อการเรียนการสอนมีการใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ ตัวหนา มีการใช้การตีกรอบ การขีดเส้นใต้ หรือการไฮไลท์ เน้นข้อความที่สำคัญหรือไม่? ขณะที่ท่านสอนมีการใช้เสียงสูง เสียงต่ำ เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนหรือไม่? รูปภาพหรือคำบรรยายประกอบการสอนมีความโดดเด่นหรือไม่? ตัวเนื้อหาและตัวอย่างประกอบมีความเกี่ยวข้องกับตัวผู้เรียน และสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนหรือไม่? ถ้าคำตอบของท่าน ส่วนใหญ่คือ “ไม่” ผู้เรียนก็อาจจะไม่ให้ความสนใจบทเรียนของท่านก็เป็นได้ ดังนั้น การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนจึงควรจะคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เรียนด้วยนะครับ

ความรู้ที่ท่านผู้อ่านได้ในบทความนี้อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของท่านมากนัก เปรียบได้กับจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ที่ตอนนี้ท่านผู้อ่านยังมีเพียงแค่ตัวเดียว แต่เมื่อท่านผู้อ่านได้รับจิ๊กซอว์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และนำมาร้อยเรียงต่อกัน ท่านก็จะค่อยๆ มองเห็นภาพว่าสิ่งที่ท่านมีนั้นมันสวยงามและมีคุณค่าเพียงใด ในบทความต่อไป จะอธิบายถึงการทำงานและข้อจำกัดของหน่วยความจำสำหรับการประมวลผลของระบบสมองมนุษย์ (Short-term/Working Memory) เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า คอมพิวเตอร์จะประมวลผลเร็วหรือช้านั้นส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแรม การประมวลผลของสมองมนุษย์ก็เช่นกัน การที่มนุษย์มีขนาดของหน่วยความจำสำหรับการประมวลผลที่จำกัดจึงส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ ดังนั้น เราจะบริหารจัดการแรมในสมองของเราให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร? เราจะฝึกหรือเพิ่มหน่วยความจำของแรมในสมองของเราได้อย่างไร? การแปลงโจทย์ปัญหาเป็นรูปภาพและการทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ จะช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์ได้อย่างไร? คำตอบของคำถามเหล่านี้ ท่านผู้อ่านจะได้รับทราบกันในบทความต่อไป สำหรับบทความนี้ คงต้องขอจบเพียงเท่านั้น ขอบคุณมากครับ

Comments

comments